SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
การทำวิจัย
พ.ค. 11th, 2020 by supaporn

จากการฟังสัมภาษณ์รองศาสตราจารย์ ดร. ศากุน บุญอิต อาจารย์ประจำสาขาบริหารการปฏิบัติการ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกหลายฉบับ เรื่องการทำงานวิจัย   โดย ศ.ดร.นภดล ร่มโพธิ์  ผ่าน YouTube https://youtu.be/mLu5iing7Tk น่าสนใจทีเดียว ขอสรุปสั้น ๆ ดังนี้

ในแง่ของนักศึกษาระดับปริญญเอก

อาจารย์ ศากุน แชร์ให้ฟังว่า การสอนในระดับปริญญาเอก จะเริ่มต้นด้วยการให้อ่านมาก ๆ ให้ตึกผลึกก่อน แล้วค่อยหาหัวข้อ วิจัย หลังการเรียน course work ควรเป็นเรื่องของการอ่าน ไม่อย่างนั้นจะไม่เป็น high abstract thinking

การทำวิจัย การเรียนปริญญาเอก การตีพิมพ์ คล้าย ๆ กัน คือ เป็นการเดินทาง (journey) ดังนั้น ต้องไม่ท้อใจ ต้องเรียนรู้ว่าเป็น journey พอเป็น journey ก็ต้องพบอะไรต่อมิอะไร แต่อย่าเพิ่งท้อใจ และเลิกไป จะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ไปทำงาน ไปสอน ก็ไม่จบ ต้องไปทางหลักจึงจะถึงจุดหมาย

ในแง่ของอาจารย์

การเป็นอาจารย์มีหน้าหลัก ๆ 3 อย่าง คือ สอน ทำวิจัย และบริการวิชาการ ซึ่ง 3 อย่างนี้เลือกไม่ได้ ต้องทำทุกอย่าง ครู กับ อาจารย์ นักวิชาการ ความหมายต่างกัน ครู หน้าที่หลัก คือ ทำหน้าที่สอน แต่พอเป็นอาจารย์และนักวิชาการ หน้าที่หลักมี 3 อย่าง ตามที่บอก วิจัย คือ 1 ในนั้น ดังนั้น อาชีพอาจารย์ การทำวิจัยไม่ใช่ทางเลือก แต่ต้องทำ ถึงต้องมีเกณฑ์ว่า เท่านั้น ปี ต้องตีพิมพ์ แล้วถึงต่อสัญญา ซึ่ง จริง ๆ ก็ถูก เพราะเป็นพันธกิจของอาจารย์ที่ต้องทำ ถ้าวิจัยในอาชีพอาจารย์ เป็น A Must ก็ต้องแบ่งเวลามาทำ ถ้าทำวิจัยวันละ 2 ชม. มี paper ออกมาแน่นอน ปัญหาหลัก คือ ไม่ทำมากกว่า เพราะมีทางเลือก จึงไม่ทำ ต้องเริ่มที่ mindset ว่า วิจัย เป็น A Must ที่ต้องทำ ไม่ใช่ทางเลือก เหมือนกับเป็นอาจารย์ ก็ต้องไปสอน

การทำวิจัยให้คิด 3 เรื่อง

1. โจทย์วิจัยมีความสำคัญหรือไม่ สำคัญทั้งในเชิงทฤษฎี และเชิงปฏิบัติ

2. กระบวนการทำวิจัย เข้มข้น เข้มแข็งพอหรือไม่ มีความชัดเจน หรือไม่

3. ผลที่ได้น่าเชื่อถือ กับโจทย์ที่ตั้งมาหรือต้องการวัดหรือไม่

อ้างอิง

ศากุน บุญอิต. (2563, พฤษภาคม 10) การทำวิจัย. [Video file). สืบค้นจาก https://youtu.be/mLu5iing7Tk

View (7)

เทศกาลเช็งเม้ง (清明节)
มี.ค. 23rd, 2020 by supaporn

เป็นเทศกาลประจำปีตามประเพณี(年节หรือ传统节日) ที่สำคัญของชาวจีน ที่แสดงออกถึงความกตัญญูความเคารพและการระลึกถึงบรรพบุรุษ คำว่า”เช็งเม้ง”นั้นเรียกตามสำเนียงแต้จิ๋ว ภาษาจีนกลางเรียกว่า “ชิงหมิง” เมื่อพูดคำเต็มว่า”ชิงหมิงเจี๋ย”ก็หมายถึงเทศกาลเช็งเม้งนั่นเองเทศกาลนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยชุนชิว (ก่อนคริสตศักราช 770 ปี ถึงก่อนคริสตศักราช 476ปี) เทศกาลนี้นอกจากเป็นการเซ่นไหว้บรรพบุรุษแล้ว ยังให้ความสำคัญกับข้าราชการตงฉินชื่อเจี้ยจื่อทุย (介子推) แห่งรัฐจิ้น (晋国) ด้วย โดยทางการห้ามมีการก่อไฟในบ้าน (禁火) และให้กินอาหารเย็นๆ เรียกว่า”หานสือ”(寒食) เป็นช่วงเวลายาวกว่า 3 เดือน เมื่อหมดช่วงหานสือชาวบ้านจะได้เชื้อไฟจากในวังที่พระจักพรรดิ์ทรงพระราชทานให้เหล่าเสนาบดี จากนั้นแล้ว ชาวบ้านจึงสามารถติดไฟปรุงอาหารร้อนได้ ต่อมาทางการเห็นว่าไม่สมควร ในสมัยราชวงศ์ถัง(ค.ศ.618-ค.ศ.907) จึงลดวัน”หานสือ” ให้น้อยลง และเน้นความสำคัญในการเซ่นไหว้บรรพบุรุษมากขึ้น รวมทั้งการทำความสะอาดสุสาน การอาบน้ำที่ริมแม่น้ำที่เรียกว่า”ฝูเซีย”(祓褉) เพื่อเป็นสิริมงคลให้ห่างไกลจากภัยพิบัติ การท่องเที่ยวนอกเมือง ในสมัยพระเจ้าถังเสวียนจง (唐玄宗)(ค.ศ.712 –ค.ศ.742) ทรงมีพระราชบัญชาให้ราษฏรหยุดในเทศกาลนี้ 4 วัน ข้อมูลเกี่ยวกับวันเทศกาลนี้ดูได้จากหนังสือ”ถังฮุ่ยเย้า ตอนที่ 82” (《唐会要》卷82) มาถึงสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ(北宋)(ค.ศ.960-ค.ศ.1127 )เทศกาลเช็งเม้งและหานสือได้หยุดรวม 7 วัน ดังที่กล่าวไว้ในหนังสือ ”เหวินชังจ๋าลู่” (《文昌杂录》) ของผังหยวนอิง (庞元英) ในปี ค.ศ.1935 รัฐบาลประเทศจีน (中华民国) ก่อนตั้งประเทศใหม่ ได้กำหนดวันที่ 5 เดือน 4 ของปีคริสตศักราชเป็นวันเช็งเม้งประจำปี และให้เป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการหนึ่งวัน ต่อมาในปี ค.ศ.2007  เดือน 7 วันที่ 12 รัฐบาลมีประกาศให้หยุดวันเช็งเม้งอย่างเป็นทางการ โดยหยุดตามวันที่ปฏิทินจีน หรือปฏิทินหนงลี่ (农历) กำหนดไว้ Read the rest of this entry »

View (21)

นี่คือ ม.หัวเฉียว : เรียนภาษาและวัฒนธรรมจีนโดยผ่านการแสดงอุปรากรจีน “งิ้ว”
ก.พ. 10th, 2020 by supaporn

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ  อิ่มสำราญ (2563)  รองคณบดีคณะภาษาและวัฒนธรรมจีน   ได้กล่าวถึง การนำอุปรากร “งิ้ว” มาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในรายวิชาจีนศึกษา และรายวิชาวัฒนธรรมจีน ดังนี้

คณะภาษาและวัฒนธรรมจีน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษา สืบทอด และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับภาษาและวัฒนรรมจีนให้กับนักศึกษา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมจีน ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฉลิมพระเกียรติ

ดังนั้นทางคณะภาษาและวัฒนธรรมจีน จึงได้นำความรู้เกี่ยวกับการแสดง งิ้ว หรือ อุปรากรจีน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในรายวิชาจีนศึกษา และรายวิชาวัฒนธรรมจีน  ซึ่งงิ้ว หรือ อุปรากรจีน (จีน: 戏曲 ; พินอิน: xìqǔ ; อังกฤษ: Chinese opera) เป็นการแสดงที่ผสมผสานการขับร้องและการเจรจาประกอบกับลีลาท่าทางของนักแสดงให้ออกเป็นเรื่องราว โดยสมัยนั้นได้นำเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ ในพงศาวดารและประวัติศาสตร์มาดัดแปลงเป็นบทแสดง รวมทั้งยังมีการนำเอาความเชื่อทางประเพณีและศาสนาเข้าไปผสมผสานกับการแสดงงิ้วด้วย

การนำความรู้เกี่ยวกับการแสดง งิ้ว หรือ อุปรากรจีน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในรายวิชาจีนศึกษา และรายวิชาวัฒนธรรมจีนนั้น จะช่วยให้นักศึกษาได้เข้าใจถึงความเป็นมาและความสำคัญของวัฒนธรรมจีน โดยผ่านการแต่งกาย การแต่งหน้าของตัวละคร คำร้องและเนื้อหาของการแสดงงิ้ว ได้อย่างง่าย และลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ในรายวิชานักศึกษาจะได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของงิ้ว และได้มีโอกาสชมการแสดงงิ้ว ได้พูดคุยกับนักแสดงจากคณะงิ้วที่มีชื่อเสียง ทำให้นักศึกษาได้เข้าใจถึงศิลปและวัฒนธรรมของการแสดงงิ้วอย่างถูกต้อง และเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของนักศึกษาคณะภาษาและวัฒนะรรมจีนของทางมหาวิทยาหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติด้านจีนอีกด้วย

ชมคลิป ได้ที่ https://www.facebook.com/tanes.imsamran/videos/10156594345646946/

รายการอ้างอิง

ธเนศ  อิ่มสำราญ. (2563, 6 กุมภาพันธ์).  เรียนภาษาและวัฒนธรรมจีนโดยผ่านการแสดงอุปรากรจีน“งิ้ว” โดยคณะภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. [บทสัมภาษณ์]

View (13)

ถอดรหัสความหมายภาพมงคลตรุษจีน
ก.พ. 8th, 2020 by supaporn

ถอดรหัสความหมายภาพมงคลตรุษจีน บรรยายโดย ดร.เจษฎา นิลสงวนเดชะ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่  15 มกราคม พ.ศ. 2563 ณ ห้อง 1111 C ชั้น 11 อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลม กทม. จัดโดย อาศรมสยาม-จีนวิทยา วิทยากรได้นำภาพมงคลต่าง ๆ มาเป็นตัวอย่าง และกล่าวถึงที่มาของภาพ ซึ่งภาพมงคลของจีนแต่ละภาพ ล้วนต้องมีความหมาย

ภาพมงคล  (จี๋เสียงถูอ้าน (ถูอ้าน = ภาพ))  คือ ภาพที่เป็นศิริมงคล สิ่งที่นำมา เพื่อความเป็นมงคล ของจีนต้องนำมาในสิ่งที่ต้องการ คำว่า จี๋เสียง  เริ่มใช้สมัยจ้านกว๋อ จนถึงสมัยราชวงศ์ถัง เป็นเรื่องราวความสุข วาสนา มงคล กุศลธรรม คำว่า เสียง เป็นมิติหมายแห่งความปิติยินดี เฉลิมฉลอง  มีความหมายเหมือนกับภาษาไทย คือ สิริมงคล เหตุที่นำมาซึ่งความเจริญ ภาพวาดมงคลนี้ ใช้ติดในเทศกาลตรุษจีน เป็นภาพงานฝีมือ ใช้เวลาในการวาด 4-5 เดือน จึงมีราคาสูง กลายเป็นของขวัญล้ำค่า ภาพที่ติดให้เห็นทั่วไป มักจะเป็นภาพพิมพ์จากภาพวาด ภาพเหล่านี้แฝงอยู่ในชีวิตประจำวันของจีน ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ ลายผ้า ภาพวาด  ลายตุ๊กตา ลายกระเป๋า  ภาพมงคลของจีน ภาพต้องมีความหมาย ความหมายต้องเป็นมงคล ภาพที่เป็นมงคล ต้องมีมงคล 4 ประการ คือ ฟู่ (ทรัพย์สินเงินทอง) กุ้ย (ล้ำค่า มีค่ามาก) โซ่ว (อายุยืนยาว)  สี่ (ยินดี)

คนจีนทำความสะอาดบ้านแล้วจะหาซื้อภาพ (ภาพที่วาดในกระดาษ (เหนียนฮว้า = จื่อฮว้า)) มาติด ประดับประดา เนื้อหายุคแรกจะเป็นเทพเจ้า  เช่น เทพทวารบาล เพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่ดีเข้ามา ติดที่หน้าพระราชวัง พระตำหนักต่างๆ

วิทยากรได้นำภาพจากหมู่บ้านหยางหลิ่วชิง (หยาง คือ  ต้นหยาง หลิ่วชิง คือ มีความเขียวขจี) เมืองเทียนจิน อยู่ใกล้ปักกิ่ง เป็นหมู่บ้านที่ทำภาพวาดทั้งหมู่บ้าน ทุกบ้านมีความถนัดในการวาดภาพ ลงสี ระบายสี แต่ทุกวันนี้ ก็จะลดน้อยลง มีกระดาษ ที่ใช้เขียนพู่กันจีน สารส้ม ใส่ในสี เพราะสีจะไม่หลุดง่าย น้ำหมึก สีหลากหลาย เน้น ยี่ห้อตราหัวม้า เพราะคงทน สีฉูดฉาดสวยงาม

ขั้นตอนการทำมี 5 ขั้นตอน  ดังนี้

  1. การร่างเป็นลายเส้น
  2. แกะสลัก
  3. พิมพ์
  4. ลงสี
  5. ใส่กรอบโชว์ ขาย

ทั้งนี้สามารถติดตามชมการบรรยายได้ที่

คลิปบรรยาย

หรือ  https://www.youtube.com/watch?v=DCU5Y6m_hQE

Read the rest of this entry »

View (24)

การเรียนรู้ภาษาจีนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศในศตวรรษที่ 21
ม.ค. 13th, 2020 by supaporn

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 อาศรมสยาม-จีนวิทยา จัดบรรยายหัวข้อ การเรียนรู้ภาษาจีนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศในศตวรรษที่ 21 โดย ดร. พิมพร วัฒนากมลกุล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ บพิตรพิมุข จักรวรรดิ ณ ห้อง 4-0806 ชั้น 8 อาคาร CP All Academy สถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยมีหัวข้อในการบรรยาย 4 หัวข้อ ได้แก่

  1. แหล่งสืบค้นข้อมูล และการใช้ Application ยอดฮิตในจีน
  2. แหล่งการสืบค้นทางงานวิจัยและวิชาการของจีน
  3. แหล่งข้อมูลสำหรับสื่อการเรียนการสอนภาษาจีน
  4. สรุปประโยชน์การนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนภาษาจีน

ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ การเรียนรู้และนวัตกรรม ผ่านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี เพื่อชีวิตและการทำงาน ดังนั้นในการสืบค้นสารสนเทศ จะต้องทราบว่า ต้องการค้นหาเกี่ยวกับเรื่องอะไร รู้จักแหล่งสารสนเทศหรือเครื่องมือที่จะใช้ค้นหา และต้องรู้จักวิธีการใช้แหล่งสารสนเทศ ฐานข้อมูล หรือเครื่องมือที่ใช้ค้นหา

การสืบค้นสารสนเทศ

เราจึงควรต้องเรียนรู้แหล่งสารสนเทศ หรือเครื่องมือ และวิธีการค้นหาแหล่งสารสนเทศ หรือเครื่องมือ ให้เหมาะสมกับเรื่องที่้ต้องการค้นหา วิทยากรได้แนะนำ Read the rest of this entry »

View (46)

นี่คือ ม. หัวเฉียวฯ : ก่อนจะเป็นมหาวิทยาลัย
ธ.ค. 21st, 2019 by supaporn

เมื่อมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมีอายุครบ 80 ปี คณะกรรมการฯ ภายใต้การนำของ ดร. อุเทน เตชะไพบูลย์ มีมติให้พัฒนาวิทยาลัยหัวเฉียวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย ดร. อุเทนฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า (กรรณิการ์ ตันประเสริฐ แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย พลวัฒ ประพัฒน์ทอง และสวนีย วิเศษสินธุ์, 2543 หน้า 203)

… มูลนิธิฯ ครบ 80 ปี ผมเสนอที่ประชุมว่าโอกาสนี้อยากจะเพิ่มเติมอีก 2 เรื่อง เรื่องหนึ่งคือ สร้างมหาวิทยาลัย และอีกเรื่องหนึ่ง คือ ทำสาขาของมูลนิธิฯ ตามจุดต่างๆ เป็นสี่มุมเมือง … เรื่องมหาวิทยาลัยที่จะตั้งขึ้นนั้น เราก็จะไม่ได้ทำเอาแต่ชื่อเสียง ต้องทำเป็นเรื่องที่ช่วยเหลือสังคมบ้านเมืองได้จริงๆ เราควรสร้างมหาวิทยาลัยที่ดี สมบูรณ์ แต่เราไม่หวังผลกำไร เอาเพียงแค่ให้พึ่งและพัฒนาตัวเองให้มีคุณภาพมาตรฐานดี ผมเห็นว่า ควรทำเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อในหลวง ท่านมีพระมหากรุณาธิคุณ เป็นพระบรมโพธิสมภารแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า…

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเริ่มต้น “โครงการมหาวิทยาลัยของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ในปี พ.ศ. 2533 โดยได้ดำเนินการในเรื่องสำคัญและสัมพันธ์กัน 3 ส่วน ได้แก่ การรณรงค์เงินบริจาค การขออนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัย และการก่อสร้างมหาวิทยาลัย โดยกำหนดจะเปิดมหาวิทยาลัยในกลางปี พ.ศ. 2535

ภาพอาคารต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย

อ่านก่อนจะเป็นมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จากประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการก่อตั้ง เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ การหาเงินบริจาค และเพื่อถวายความจงรักภักดี ได้ที่ 90 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งบนเส้นทางประวัติศาสตร์สังคมไทย : ประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่า  หน้า 224 (ไฟล์) หรือหน้า 203 (เอกสาร) หรือในรูปแบบของ Flip 

รายการอ้างอิง
กรรณิการ์ ตันประเสริฐ แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย พลวัฒ ประพัฒน์ทอง และสวนีย วิเศษสินธุ์. (2543). 90 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งบนเส้นทางประวัติศาสตร์สังคมไทย : ประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่า. สมุทรปราการ : มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ.

 

 

View (10)

นี่คือ ม. หัวเฉียวฯ : ห้องสมุดวัฒนธรรมศาสนาเต๋า มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ธ.ค. 7th, 2019 by supaporn

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2558 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีงานพิธีที่สำคัญเกิดขึ้นที่แสดงให้เห็นความเข้มแข็งด้านจีนของมหาวิทยาลัย นั่นคือ พิธีเปิดห้องสมุดวัฒนธรรมศาสนาเต๋า ซึ่งมหาวิทยาลัย ร่วมกับ  ศาลเจ้าชิงซงศาสนาเต๋าแห่งฮ่องกง และศาลเจ้าฮั่วกวงศาสนาเต๋าแห่งประเทศไทย จัดตั้งห้องสมุดวัฒนธรรมศาสนาเต๋าเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศาสนาเต๋าให้แก่บุคลากร  นักศึกษา  และผู้สนใจทั่วไป

ในวันพิธีเปิด ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี พร้อมท่านอู๋ เฉิงเจิน ประธานศาสนาเต๋าแห่งมลฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดห้องสมุดวัฒนธรรมศาสนาเต๋า โดยมีนักพรตและแขกผู้มีเกียรติจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง ไต้หวัน  มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเชีย อินโดนีเชีย สวิตเซอร์แลนด์ และไทย เข้าร่วมงาน ณ อาคารบรรณสาร และร่วมพิธีมหามงคล ณ บริเวณด้านหน้าหอประชุม มฉก. ได้แก่พิธีสักการะฟ้า (ต้าก้งเทียน)  ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โดยคณะนักพรตของศาสนาเต๋าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนจีน พิธีเบิกเนตรสิงโต  โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ประจักษ์ พุ่มวิเศษ อธิการบดี และชมการแสดงการเชิดสิงโตของสโมสรกีฬาสิงคโปร์เวยจิ้ง การแสดง  “หุ่นคนนารายณ์ทรงครุฑ” จากศูนย์วัฒนธรรม มฉก.  การรำไท้เก๊ก 24 ท่า จากชมรมไท้เก๊กที่มาร่วมพิธี  การแสดงร่วมบรรเลงดนตรีเต๋าของประเทศจีน และฮ่องกง การแสดงเชิดมังกรของสมาคมกีฬาเชิดสิงโตมังกรลูกเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น  การแสดง “สวัสดีเมืองไทย” จากศูนย์วัฒนธรรม มฉก.  การแสดงวูซูของสำนักเต๋าบู๊ตึ๊ง

ภาพที่ 1 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เปิดห้องสมุดวัฒนธรรมเต๋า

Read the rest of this entry »

View (191)

นี่คือ ม. หัวเฉียวฯ : จากการเรียนรู้สู่การแข่งขันไท้เก๊ก มฉก. ความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
พ.ย. 26th, 2019 by supaporn

เมื่อปีการศึกษา 2547  รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์  โฆวิไลกูล  ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติในขณะนั้นได้ริเริ่มให้มีการจัดกิจกรรมรำมวยจีน (ไท้เก๊ก)  โดยร่วมมือกับสมาคมรำมวยเพื่อสุขภาพ  ซึ่งมีนายแพทย์วิลาส  ศรีประจิตติชัย  เป็นนายกสมาคมได้ส่งวิทยากรของสมาคมท่านแรก คือ อาจารย์ทวีศักดิ์  ศิลาพร  มาช่วยแนะนำและฝึกให้บุคลากร นักศึกษาที่สนใจการรำมวยจีน  กิจกรรมนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง  และได้รับการสนับสนุนจากสมาคมฯ เรื่อยมา ต่อมาในปีการศึกษา 2549 เปิดสอนไท้เก๊กให้กับนักศึกษาหลักสูตรการแพทย์แผนจีน  และในปีการศึกษา 2551 ได้เปิดสอนไท้เก๊กเป็นวิชาบังคับของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกหลักสูตร  ปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการเรียนไท้เก๊กมากที่สุดในประเทศไทยนอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนยังมีการจัดตั้งชมรมไท้เก๊กโดยนักศึกษาเพื่อจัดกิจกรรมแนะนำการรำมวยจีนเพื่อสุขภาพ

 

ศาสตราจารย์พิเศษ ประสิทธิ์ โฆวิไลกูล อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ผู้ริเริ่มกิจกรรมไทเก๊กในมหาวิทยาลัย

Read the rest of this entry »

View (57)

การพัฒนามาตรฐานอาจารย์มืออาชีพ
ต.ค. 12th, 2019 by supaporn

การพัฒนามาตรฐานอาจารย์มืออาชีพ เป็นการสรุปจากการเข้าร่วมฟังการประชุม Thailand Quality Conference & The 20th Symposium on TQM-Best Practices in Thailand จัดโดยมูลนิธิส่งเสริมทีคิวเอ็มประเทศไทย ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ในแต่ละหัวข้อของการนำเสนอในการประชุมดังกล่าว ต้องมีแนวทางที่ผ่านกระบวนการ TQM ตามแผนภูมิ ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่ม กล่าวคือ

กระบวนการ TQM ตามแผนภูมิ

1. ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงาน และสร้างมาตรฐานที่นำไปสู่ความสำเร็จตามคาดหมาย

2. ให้ความสำคัญกับลูกค้า เข้าใจความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า

3. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณภาพ แก้ปัญหาที่สาเหตุ ป้องกันการเกิดซ้ำ ใช้ข้อมูลและวิธีการทางสถิติ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องด้วย PDCA

การพัฒนามาตรฐานอาจารย์มืออาชีพ (นำเสนอโดยมหาวิทยาลัยศรีปทุม)  มหาวิทยาลัยศรีปทุม ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนให้อาจารย์พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาอาจารย์ภายใน อาจารย์ได้รับการยอมรับความเป็นมืออาชีพ มหาวิทยาลัยมีอาจารย์ได้รับการยอมรับในระดับชาติ ด้านการสอน ส่งผลให้มียอดนักศึกษาเพิ่มขึ้น โดยการเรียนรู้ความต้องการของลูกค้า 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 อาจารย์  ที่ต้องการพัฒนาตนเอง มีพี่เลี้ยงหรือผู้แนะนำในเรื่องที่เรียนรู้ใหม่ ๆ
  • กลุ่มที่ 2 ลูกศิษย์ ต้องการอาจารย์ ต้องการอาจารย์สอนสนุกได้ความรู้ เข้าใจนักศึกษา ตอบคำถามได้ทุกคำถาม ตลอดเวลา ในทุกช่องทาง รวมถึงเป็นโค้ชที่สามารถให้คำปรึกษา และค้นหาศักยภาพในตัวนักศึกษา ส่งเสริมให้นักศึกษามีโอกาสประสบความสำเร็จ
  • กลุ่มที่ 3 ผู้บริหารต้องการให้พัฒนาการจัดการเรียนการสอน ยกระดับคุณภาพอาจารย์ให้เป็นที่ยอมรับ การบริหารจัดการแบบบูรณาการข้ามศาสตร์ มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กร และสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Read the rest of this entry »

View (26)

ชีวิตที่ลงตัวด้วยระบบ e-HR
ต.ค. 12th, 2019 by supaporn

ชีวิตที่ลงตัวด้วยระบบ e-HR เป็นการสรุปจากการเข้าร่วมฟังการประชุม Thailand Quality Conference & The 20th Symposium on TQM-Best Practices in Thailand จัดโดยมูลนิธิส่งเสริมทีคิวเอ็มประเทศไทย ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ในแต่ละหัวข้อของการนำเสนอในการประชุมดังกล่าว ต้องมีแนวทางที่ผ่านกระบวนการ TQM ตามแผนภูมิ ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่ม กล่าวคือ

กระบวนการ TQM ตามแผนภูมิ

1. ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงาน และสร้างมาตรฐานที่นำไปสู่ความสำเร็จตามคาดหมาย

2. ให้ความสำคัญกับลูกค้า เข้าใจความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า

3. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณภาพ แก้ปัญหาที่สาเหตุ ป้องกันการเกิดซ้ำ ใช้ข้อมูลและวิธีการทางสถิติ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องด้วย PDCA

ชีวิตที่ลงตัวด้วยระบบ e-HR (นำเสนอโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) เกิดจากความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า เนื่องจากระบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ในการทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร  เป็นระบบใช้เพื่อบันทึกฐานข้อมูลเท่านั้น ไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลร่วมกัน

ต้องใช้กระดาษในการ Print out เพื่อนำเสนอ   ไม่ลดขั้นตอนในการทำงาน  เป็นการสื่อสารทางเดียว ผู้บริหารและบุคลากรไม่สามารถเรียกดูข้อมูลได้เอง  หรือเรียกใช้ข้อมูลอย่างเร่งด่วนได้  จึงได้มีการจัดซื้อระบบ COACH เข้ามาและปรับปรุงให้เข้ากับการใช้งานของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลักจากการพัฒนาระบบ เกิดความลงตัวของฟังก์ชั่นการทำงาน ดังนี้ Read the rest of this entry »

View (17)

»  Substance:WordPress   »  Style:Ahren Ahimsa