SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
บริการ “หนังสือเร่งด่วน”
มิ.ย. 1st, 2018 by suwanna

ห้องสมุดจะมีกระบวนการในการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ เข้ามาในห้องสมุด ดังนั้น กว่าจะที่ทรัพยากรสารสนเทศ แต่ละรายการจะเสร็จออกให้สืบค้นได้นั้น จะใช้เวลาพอสมควร ศูนย์บรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีบริการที่เรียกว่า “หนังสือเร่งด่วน” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการที่ต้องการใช้หนังสือก่อนเสร็จสิ้นตามกระบวนการของห้องสมุด

“ หนังสือเร่งด่วน “ หมายถึง หนังสือที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดซื้อตามขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อของศูนย์บรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หนังสือเหล่านั้นจะยังไม่ปรากฏรายชื่อในระบบฐานข้อมูลของห้องสมุด และอาจารย์มีความประสงค์จะใช้บริการหนังสือเล่มนั้นในเรื่องการเรียนการสอนอย่างเร่งด่วน

แผนกจัดหาและวิเคราะห์ฯ จึงได้ตอบสนองการให้บริการแก่อาจารย์ผู้สอนที่มีความประสงค์จะใช้บริการทรัพยากรเหล่านั้น โดยการบริการวิเคราะห์ หนังสือเร่งด่วน ให้แก่อาจารย์ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ดังนี้

ขั้นตอนการขอใช้ หนังสือเร่งด่วน

  1. ผู้ใช้ตรวจสอบรายชื่อหนังสือจากฝ่ายจัดซื้อหนังสือ ที่สำนักงานเลขานุการศูนย์บรรณสารสนเทศ ชั้น 2
  2. แจ้งความประสงค์การใช้หนังสือและจำนวนเล่มที่ต้องการใช้
  3. แจ้งชื่อ, คณะที่สังกัด, เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้  เพื่อติดต่อกลับแจ้งผลการดำเนินการ
  4. ฝ่ายจัดซื้อจะทำหน้าที่คัดรายชื่อหนังสือตามที่อาจารย์แจ้งไว้ ลงรายละเอียดในแบบฟอร์ม จัดส่งให้งานจัดหาลงรายละเอียดของหนังสือในฐานข้อมูล
  5. งานวิเคราะห์ทรัพยากรฯ จะดำเนินการวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือ พร้อมลงรายละเอียดทางบรรณานุกรมและตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของตัวเล่มอย่างเร่งด่วน
  6. จัดส่งตามวัน เวลา ที่กำหนด ให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป

หมายเหตุ : ผู้ใช้จะต้องมารับหนังสือตามวัน เวลา ที่กำหนด ถ้าเกินกำหนดวันนัดรับหนังสือ เป็นเวลา 15 วัน บรรณารักษ์จะนำหนังสือขึ้นชั้นบริการตามปกติ

ตัวอย่าง : หนังสือเร่งด่วน

 

หนังสือ2

คัดเลือกหนังสือพร้อมแนบแบบฟอร์ม “หนังสือเร่งด่วน”

 

หนังสือ4

หนังสือ3

 

                 หนังสือที่ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งให้ผู้ใช้บริการ

View (41)

อ่านถูกต้อง…ปกป้องสุขภาพ
มี.ค. 26th, 2018 by suwanna

อ่านถูกต้อง…ปกป้องสุขภาพ

สำหรับเวลาพักผ่อนหรือช่วงเวลาว่าง ๆ ของหลาย ๆ คนนั้น เชื่อว่าบางคนชอบเอาเวลาในช่วงนี้ไปหาอะไร  ๆ มาอ่าน มาดูเพลิน ๆ ไปตามเรื่องมากกว่าการออกไปเที่ยวช้อปปิ้ง (Shopping) หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ส่วนใหญ่การอ่านหรือการดูเหมือนจะใกล้เคียงกันมาก บางอย่างอาจดูได้อย่างเดียว เช่น ดูเพื่อให้เกิดความบันเทิง, ดูเพื่อให้ได้รับรู้ข่าวสาร แต่บางอย่างเมื่อดูแล้วก็ต้องอ่านไปด้วยจึงจะได้รับความรู้และความบันเทิง หรือที่เรียกว่าเกิด “อรรถรสในการอ่าน” อย่างนี้เป็นต้น ทราบกันหรือไม่ว่า หากเรารู้จักอ่านอย่างถูกต้องก็จะช่วยปกป้องสุขภาพของเราไปด้วยค่ะ

อ่านอย่างไร? เรียกว่า อ่านถูกต้อง

พฤติกรรมการอ่าน, ความเหมาะสมของท่าทางการอ่าน

การอ่านที่ถูกต้อง ควรนั่งหลังตรง ไม่เกร็งเกินไป เลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงและเท้าแขนให้เหมาะสมกับร่างกาย นั่งแล้วรู้สึกสบายในการถือหนังสืออ่าน มีความผ่อนคลายได้ดี ควรถือหนังสือในระดับที่ห่างจากสายตาไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร และหนังสือควรอยู่ในแนวตั้ง ทำมุมประมาณ 40-80 องศากับโต๊ะ หรือตามลักษณะทางกายภาพของผู้อ่าน ซึ่งในลักษณะเช่นนี้จะทำให้อ่านหนังสือได้สบายตาที่สุด ไม่ปวดเมื่อยร่างกาย ทำให้อ่านได้นานและดีต่อสุขภาพ

 

สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมกับการอ่าน

  • สถานที่และบรรยากาศการอ่าน

การอ่านเพื่อให้มีความสุข ควรอ่านในมุมที่เราชอบ มุมที่เรารู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด  เป็นมุมที่เงียบสงบ อากาศปลอดโปร่งถ่ายเทสะดวก เป็นห้องอ่านหนังสือแบบชิล ๆ  ภายในห้องควรมีหน้าต่างที่สามารถเปิดรับแสง รับลม มีบรรยากาศที่สดชื่นโอบล้อมกับธรรมชาติได้ดี ไม่ควรอ่านในขณะที่เราเคลื่อนไหว เช่น การเดิน การอ่านบนรถขณะที่รถกำลังวิ่ง หรืออ่านในสถานที่ที่มีความพลุกพล่าน หรือมีเสียงดังรบกวนมาก ซึ่งจะทำให้ขาดสมาธิในการอ่านได้

  • แสงสว่าง

แสงสว่างที่ควรใช้ในการอ่าน ควรเป็นแสงธรรมชาติที่อ่านแล้วทำให้เราเห็นได้ชัดเจน สบายตา ไม่ควรใช้แสงที่สว่างจ้าเกินไป หรือมืดเกินไป  แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้แสงจากหลอดไฟฟ้า ควรใช้หลอดไฟที่มีแสงแบบ Continuous Spectrum เหมือนแสงอาทิตย์ธรรมชาติ เพื่อให้ได้แสงสว่างอย่างต่อเนื่อง ไม่กระพริบ เช่น หลอดตะเกียบ หรือหลอด LED

 

ความเหมาะสมของตัวอักษร

อักษรที่ใช้ในการพิมพ์หนังสือในปัจจุบันมีขนาดที่แตกต่างกัน การใช้อักษรที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่จนเกินไป จะเป็นปัญหาต่อระบบการอ่าน คือ เล็กมากเกินก็จะทำให้อ่านยาก ใหญ่เกินไปจะทำให้สายตาไม่สามารถจับโฟกัสได้ชัดเจน ทำให้อ่านไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นขนาดอักษรที่ถูกต้องและเหมาะสมกับการอ่านมากที่สุดคือ ขนาดอักษรไม่ควรเล็กกว่า 14 พอยต์ (Point)

หมึกพิมพ์หรือสีของตัวหนังสือ

ในปัจจุบัน เราจะเห็นว่า หมึกที่ใช้ในการพิมพ์มีหลากสี สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการขึ้นอยู่กับผู้พิมพ์ว่าเขาต้องการจะสื่อหรือเน้นอะไร แต่ส่วนมากแล้วตัวหนังสือที่ใช้ในการพิมพ์ มักจะใช้หมึกสีเข้ม เช่น สีดำ เพื่อให้ตัวอักษรลอยเด่นจากพื้นกระดาษ จะทำให้อ่านได้ง่ายขึ้น หรือสังเกตแบบง่าย ๆ คือ ตัวหนังสือที่เราใช้อ่านควรจะเป็นสีเข้มกว่าพื้นหลังนั่นเอง

กระดาษพิมพ์

โดยทั่วไปกระดาษพิมพ์ มักจะนิยมพิมพ์บนกระดาษสีพื้น ซึ่งสีที่เหมาะสมที่สุด ควรเป็นสีตุ่น ๆ สักหน่อย เช่น สีขาวนวล ๆ หรือสีอ่อน ๆ ซึ่งเป็นสีที่มีการสะท้อนแสงน้อย เพื่อเป็นการถนอมสายตาเวลาอ่าน

ขนาดรูปเล่ม

ลักษณะของขนาดรูปเล่มหนังสือ หรือวัตถุที่เราจะอ่าน ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับการหยิบจับได้ถนัดมือ ไม่ควรมีขนาดเล็กหรือใหญ่จนเกินไป เพราะจะทำให้ขาดความสมดุลในการอ่าน หรือเสียบุคลิกในการอ่านได้

สุดท้ายนี้ขอฝากบรรดานักอ่านหรือผู้ที่รักการอ่านทั้งหลาย ถ้าจะอ่านอย่างมีความสุข สนุกไปกับการอ่านทุกครั้งต้องดูแลรักษาสุขภาพของตนเองด้วนนะคะ…

แหล่งที่มา :

View (47)

การพัฒนาเอกสารสิ่งพิมพ์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (สิ่งพิมพ์ มฉก.)
มิ.ย. 17th, 2017 by suwanna

เนื่องจากทรัพยากรฯ ซึ่งจัดพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติและสิ่งพิมพ์ที่มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีอยู่ในศูนย์บรรณสารสนเทศเป็นจำนวนมากประกอบกับการบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมา จะดำเนินการวิเคราะห์หมวดหมู่ทรัพยากร ฯ ตามเนื้อหาของสาขาวิชานั้น ๆ  แต่ในปัจจุบันทรัพยากรฯ และสิ่งพิมพ์ได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  จำนวนผู้ใช้ก็มีความต้องการมากเช่นเดียวกัน จึงทำให้ประสบปัญหาในเรื่องการค้นหาทรัพยากรไม่เจอ เพราะมีการจัดเก็บไว้หลายสาขาวิชา และหลายสถานที่  (Location)

แผนกจัดหาและวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารให้ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงสิ่งพิมพ์ประเภทนี้  โดยการเก็บรวบรวมทรัพยากรสิ่งพิมพ์ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีอยู่ในศูนย์บรรณสารสนเทศทั้งหมด มาพัฒนาปรับเปลี่ยน กำหนดรหัสเลขหมู่ใหม่ เพื่อให้เอกสารสิ่งพิมพ์เหล่านี้ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน และผู้ใช้บริการจะได้รับความสะดวกในการค้นคว้าต่อไป Read the rest of this entry »

View (49)

การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research : R2R)
ธ.ค. 13th, 2016 by suwanna

R2R  ย่อมาจากคำว่า Routine to Research  คือ การศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานประจำทุกวัน แล้วนำปัญหานั้นมาทำเป็นงานวิจัย จากนั้นก็นำผลที่ได้จากการวิจัยย้อนกลับมาใช้กับงานประจำอีกที เพื่อแก้ไขปรับปรุงพัฒนางานให้มีความเจริญขึ้น และพัฒนากำลังคนให้เกิดความภาคภูมิใจในการปฏิบัติงาน

หลักเกณฑ์ในการทำ R2R

  1. มีการศึกษาปัญหา คัดเลือกหัวข้อที่จะทำ R2R
  2. ดำเนินการทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาโดยใช้ R2R
  3. ทำแผนพัฒนาเพื่อปรับปรุงการทำงานจากผลการทำ R2R
  4. ดำเนินการตามแผนพัฒนาการปรับปรุงการทำงาน
  5. นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุงงานให้ดีขึ้น อย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา

  1. ขนาดของปัญหา (Size of problem) ควรศึกษาจากน้ำหนักของปัญหาโดยการกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน
    ของปัญหา อาจกำหนดเป็นคะแนน แล้วนำปัญหาที่มีน้ำหนักคะแนนมากนั้น มาเป็นหัวข้อปัญหาของการวิจัยได้
  2. ความรุนแรงเร่งด่วนของปัญหา (Severity of problem) ควรเป็นปัญหาซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ถ้าไม่แก้ไขด่วนก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
  3. ความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหา (Feasibility or ease) ปัญหานั้นจะต้องมีการแก้ไขกระทำได้ง่าย โดยไม่ต้องอาศัยหน่วยงานอื่น หรือมีปัจจัยสนับสนุนในการดำเนินการแก้ไข
  4. ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา (Community concern) การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ร่วมงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน
  5. ผลกระทบต่อหน่วยงาน (Impact) ต้องคำนึงถึงผลกระทบของปัญหาที่มีต่อบุคลากรและหน่วยงานมากน้อยแค่ไหน

Read the rest of this entry »

View (77)

อาหารคลีน (Clean Food) เพื่อสุขภาพ
ก.พ. 18th, 2016 by suwanna

คนรุ่นใหม่เริ่มมาสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและเรื่องการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและสวยงาม ดังนั้น อาหารคลีนจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหนุ่มสาวที่ต้องการดูแลสุขภาพเพื่อให้รูปร่างฟิตและเฟิร์ม

คลีน

Read the rest of this entry »

View (142)

»  Substance:WordPress   »  Style:Ahren Ahimsa