SIDEBAR
»
S
I
D
E
B
A
R
«
การพัฒนารูปแบบการป้องกันอุบัติเหตุในนักเรียนประถมศึกษาโรงเรียนราชินี
กุมภาพันธ์ 28th, 2016 by rungtiwa

การพัฒนารูปแบบการป้องกันอุบัติเหตุในนักเรียนประถมศึกษาโรงเรียนราชินี

The Development of Injury Prevention Model for Primary Students in Rajini School, Bangkok Metropolitan

บทคัดย่อ:

ผลการวิจัยพบว่านักเรียนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในโรงเรียนร้อยละ 75.5 โดยเฉลี่ยเกิดอุบัติเหตุเดือนละ 3 ครั้งต่อคน ส่วนใหญ่เกิดจากสะดุดล้มหรือถูกชนขณะวิ่งเล่นในโรงเรียน ซึ่งพบมากในชั้นประถมศึกษาตอนต้น อายุ 6-9 ปี เป็นช่วงพักกลางวันในบริเวณใต้ถุนตึกเรียน สนามกีฬาและบันไดทางขึ้นตึกเรียน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษาและความพิการของนักเรียน รูปแบบการป้องกันอุบัติเหตุประกอบด้วยขั้นตอน 3 ขั้นตอน คือ การสร้างสัมพันธภาพที่ประทับใจจากเด็กสู่ครู การร่วมดูแลใส่ใจ ความปลอดภัยของนักเรียนและการร่วมกันดำเนินการป้องกันอุบัติเหตุที่ชัดเจนและต่อเนื่อง และเมื่อนำรูปแบบการป้องกันอุบัติเหตุไปใช้พบว่า มีผลช่วยเพิ่มพฤติกรรมการป้องกันอุบัติเหตุและลดการบาดเจ็บของนักเรียน ครูนำความรู้การป้องกันอุบัติเหตุสอดแทรกในกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น มีการบริหารจัดการเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในโรงเรียนภายใต้มาตรฐานโรงเรียนสร้างเสริมความปลอดภัย ครูพยาบาลให้การบริการสุขภาพเชิงรุกที่มีการนำข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุของเด็กมาใช้เพื่อสร้างพฤติกรรมป้องกันให้แก่เด็ก มีการพัฒนาสื่อการสอนทางการพยาบาลและมีส่วนร่วมในการบริหารความปลอดภัยภายในโรงเรียน ที่สำคัญพบว่านักเรียนและผู้ปกครองมีพฤติกรรมการป้องกันอุบัติเหตุสูงขึ้นและนักเรียนมีพฤติกรรมเสี่ยงลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การศึกษาครั้งนี้เสนอแนะว่าให้นำรูปแบบการป้องกันอุบัติเหตุไปพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้การดำเนินการตามมาตรฐานของโรงเรียนสร้างเสริมความปลอดภัยและการนำไปใช้ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนนั้นๆ

The purpose of this participatory action research was to develop the injury prevention model for primary students in Rajini school, Bangkok Metropolitan. The research process was based on a mutual collaborative approach and health promoting school policy. It could be divided into 4 phases: 1) the systematic injury situational analysis 2) the study of students, parents, and teachersþ roles and responsibilities in injury prevention 3) the group development of this process of injury prevention, and 4) the evaluation of group development. The samples of this study were in Pratomsuksa 1-6, and their parents. The data were collected by means of participant observation, in-depth interview, pre and post test questionnaires, and the annual injury report from the school nursing department. Content analysis and paired T-test were employed. The results show that 75.51 percentage of students were injured from accidents. The incident rate of injury was 3 times per person per month. The major causes were falling while they played, ran or crashed. Most of them were 6 – 9 years of age. The most frequent time of injury was during the lunch hour. The first floor of the buildings, play ground, and the ladder were the most frequent areas of accident. The statistical significant factors of injury in school were age, educational level, and disability of student. The development of injury prevention model consisted of 3 phases: first, initiating impressive care relationship with students, parents, and teachers, respectively; secondly, continuing care collaboration in injury prevention activities; and third, continuing to eminently collaborate with all of the involved people in developing the preventive activities The developed model could increase the injury prevention behaviors of students and their parents, decrease injury events, and improve environmental management. Additionally, the teachers increased injury prevention activities through different media in educational activities. Nurse teachers planned preventive activities more proactively,created attractive media based on the available injury data, and participated with administrators in school safety management under health promoting school policy. After the model development, students and parents statistically improved their preventive activities, while their risk behaviors statistically decreased. This injury prevention model should be promoted and continually developed under health promoting school policy. It can be applied to the similar school structures or considerably modified depending on the school context.

สมจิตนา คำพินิจ จริยาวัตร คมพยัคฆ์ และวนิดา ดุรงค์ฤทธิชัย. (2550). การพัฒนารูปแบบการป้องกันอุบัติเหตุในนักเรียนประถมศึกษาโรงเรียนราชินี. วารสาร มฉก.วิชาการ 11 (21), 1-15.

อ่านบทความฉบับเต็ม

View (30)


Comments are closed

»  Substance:WordPress   »  Style:Ahren Ahimsa